เริ่มต้นจากการเตรียมวัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นเส้นฝ้ายหรือไหมเราคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูง เรามีฝ้ายที่ผลิตจากแปลงปลูกฝ้ายภายในหมู่บ้าน เป็นพืชที่ชาวบ้านปลูกพร้อมกับการปลูกข้าวไม่ใช้สารเคมีในการปลูก ทำให้ฝ้ายปราศจากสารพิษตกค้าง ส่วนเส้นไหมเราใช้ไหมเลี้ยงพันธุ์ไทยซึ่งถือว่าเป็นไหมที่มีคุณภาพสูงสุด และใช้วิธีสาวไหมด้วยมือเป็นวิธีการดั้งเดิมแบบพื้นบ้าน ทำให้เนื้อผ้าที่ทอออกมานิ่ม เงา สวยงาม ไม่ขาดง่าย 

ฝ้าย

ใช้เวลาประมาณ 6 - 7 เดือน จึงเริ่มเก็บดอกฝ้ายมาผึ่งให้แห้ง นำมาผ่านกระบวนการต่างๆ คือ อิ้ว ดีด ล้อ เข็น ทำเข็ดและทำไจ

โดยทั่วไปช่วงเวลาการเก็บฝ้ายจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน หรือ ธันวาคม เมื่อเก็บดอกฝ้าย แล้วจะนำมาตากผึ่งแดดให้แห้งสนิท แล้วเก็บสิ่งสกปรกที่เจือปน ออกจนหมด นำไปแยกเมล็ดฝ้าย ออกจากปุยฝ้าย ด้วยวิธีการนี้เรียกว่า “อิ้วฝ้าย”

แล้วนำปุยฝ้ายไปดีด ให้ปุยฝ้ายแตกตัวละเอียดฟูขึ้นด้วยแรงสั่นสะเทือนของสายดีด ซึ่งเรียกว่า “กงดีดฝ้าย” จากนั้นนำปุยฝ้ายที่ดีดจนเป็นปุยละเอียดดี แล้วไปล้อด้วย “ไม้ล้อ” โดยใช้ไม้ล้อคลึงบนแผ่นปุยฝ้ายที่วางอยู่บน “กระดานล้อ” ให้เป็นแท่งกลมยาวแล้วดึงไม้ล้อออกแท่งกลมยาวที่ล้อเสร็จแล้ว เรียกว่า “ดิ้ว”

หลังจากนั้นจึงนำไปเข็นฝ้ายให้เป็น เส้นใย โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “หลา” ที่มีสายพานเชือกโยงจากหลา ไปปั่นหมุนแกนเหล็กไน เพื่อล้อฝ้ายให้เป็นเส้นใยพันม้วนอยู่กับแกนเหล็กไน เมื่อเต็มเหล็กไนแล้ว จึงจัดฝ้ายเข้า “ไม้ขาเปีย”เพื่อทำเป็นไจหรือปอย โดยกะขนาดเอง

ต่อจากนั้นจะนำ มากรอเข้า “ กง ” แล้วนำไปหมุนเข้า “ อัก ” เพื่อตรวจหาปุ่มปม หรือตัดแต่งเส้นไหมที่ไม่เท่ากันออก จึงเอาเข้าเครื่องปั่นเพื่อให้เส้นไหมแน่นขึ้น ก่อนที่จะหมุนเข้ากงอีกครั้ง เพื่อรวมเป็นไจ ซึ่งหนึ่งไจจะต้องหมุนกง 80 รอบ เรียกว่า “ ไหมดิบ ”